## 📦 รายงานสถานะสินค้าคงคลัง (Inventory Status Report) ### 🧭 บันทึกจากกรรมการผู้จัดการ (Managing Director’s Note) รายงานฉบับนี้เป็น **รายงานเบื้องต้น** ที่จัดทำขึ้นเพื่อเริ่มต้นการทำความเข้าใจสถานะของสินค้าคงคลังในเชิงโครงสร้าง โดยมุ่งเน้นให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ **ฝ่ายบัญชี ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายคลังสินค้า และฝ่ายผลิต** มีข้อมูลร่วมกันเกี่ยวกับสถานะของสินค้าในระบบ ว่าสินค้าใดยังคงใช้งาน (Active) สินค้าใดเลิกใช้งานแล้ว (Dead) และสินค้ากลุ่มใดอยู่ระหว่างการติดตาม (Under Review) เนื่องจากปัญหาคุณภาพ อายุการใช้งาน หรือปัญหาการผลิต --- ### 🎯 วัตถุประสงค์ของรายงาน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างทุกฝ่ายในองค์กรเกี่ยวกับสถานะสินค้าคงคลัง พร้อมทั้งกำหนดแนวทางในการจัดการ ปรับปรุง และติดตามข้อมูลให้ถูกต้องและสอดคล้องกันในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมุมมองบัญชี การจัดซื้อ การผลิต การตลาด และการขาย --- ### 📊 สรุปผลการวิเคราะห์เบื้องต้น | ประเภทสินค้า | มูลค่า (บาท) | สัดส่วน (%) | |---------------|---------------|--------------| | **Active (ยังใช้งาน)** | 21,263,548.58 | ประมาณ 55% | | **Dead (เลิกใช้งาน)** | 17,237,505.49 | ประมาณ 45% | | **รวมทั้งหมด** | **38,501,054.07** | 100% | **การตีความ:** สินค้าประมาณ 45% ของมูลค่าสินค้าคงคลังทั้งหมดถูกจัดว่าเป็น *สินค้าตาย (Dead Stock)* ซึ่งรวมถึงวัตถุดิบและชิ้นส่วน BOM ที่อาจยังใช้อยู่ในการผลิตสินค้าปัจจุบัน แต่ยังไม่มีข้อมูลการเชื่อมโยงที่ชัดเจน --- ### 🧊 ปัญหายอดภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg Problem) ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของจำนวนคงเหลือในระบบบัญชี แต่เป็นปัญหาที่ซ่อนอยู่ในกระบวนการทำงานหลายส่วน ซึ่งหากไม่จัดการจะส่งผลต่อการตัดสินใจในทุกมิติ เช่น: - **ฝ่ายบัญชี:** ข้อมูลสินค้าคงคลังไม่สะท้อนมูลค่าจริง กระทบต่อกำไรและต้นทุนขาย - **ฝ่ายจัดซื้อ:** อาจสั่งซื้อสินค้าที่ไม่มีความจำเป็น เพราะไม่รู้สถานะการใช้งานจริง - **ฝ่ายผลิต:** ใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่หมดอายุ หรือไม่ผ่าน QC - **ฝ่ายคลังสินค้า:** พื้นที่จัดเก็บเต็มจากสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหว - **ฝ่ายขาย/การตลาด:** ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะคงรายการสินค้าในแคตตาล็อกหรือเลิกขาย --- ### 🔍 ระบบประเมินสถานะสินค้า (Multi-Source Evaluation) สินค้าจะถูกประเมินสถานะโดยอ้างอิงข้อมูลจาก 3 แหล่งหลัก คือ **ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายผลิต และฝ่ายขาย/การตลาด** | แหล่งข้อมูล | บทบาท | ตัวชี้วัดหลัก | |---------------|--------|----------------| | **ฝ่ายจัดซื้อ (Purchasing)** | ตรวจสอบประวัติการสั่งซื้อและความพร้อมของผู้จำหน่าย | มูลค่าการสั่งซื้อ YTD, สถานะผู้ขาย | | **ฝ่ายผลิต (Production)** | ยืนยันว่าสินค้าหรือวัตถุดิบยังใช้อยู่ในการผลิตหรือไม่ | Usage Tag, BOM Link, Work Order | | **ฝ่ายขายและการตลาด (Sales & Marketing)** | ตัดสินว่าสินค้ายังคงอยู่ในแคตตาล็อกหรือมีปัญหา QC/อายุสินค้า | Listing Status, Product Age, Complaint/Quality Record | **ฝ่ายคลังสินค้า (Warehouse)** เป็นผู้รวบรวมข้อมูลจริงในภาคสนาม (Physical Control) และจัดทำรายงานสินค้าคงคลังอย่างเป็นทางการให้กับ **ฝ่ายบัญชี (Accounting)** เพื่อใช้ในการประเมินมูลค่าคงคลังและตั้งค่าเผื่อสินค้าตกรุ่น --- ### 🧾 แนวทางการดำเนินการ 1. **ให้ฝ่ายผลิตเป็นผู้ติดแท็กสถานะการใช้งานของวัตถุดิบและชิ้นส่วน BOM** ตรวจสอบว่าสินค้าใดยังใช้ในการผลิตจริงและระบุสถานะให้ชัดเจน 2. **ให้ฝ่ายคลังสินค้าจัดทำรายงานสินค้าคงคลังอย่างเป็นทางการ** รวมข้อมูลจากฝ่ายผลิต ฝ่ายขาย การตลาด และจัดซื้อ 3. **ให้ฝ่ายบัญชีปรับการประเมินมูลค่าคงคลัง (Inventory Valuation)** แยกสินค้าที่ยังใช้งาน ออกจากสินค้าที่หมดอายุ หรือเลิกใช้แล้ว 4. **ให้ฝ่ายจัดซื้อใช้ข้อมูลนี้วางแผนการสั่งซื้อ** เพื่อป้องกันการสั่งสินค้าที่ไม่มีการใช้งานในระบบ 5. **ให้ฝ่ายขายและการตลาดใช้ข้อมูลนี้ในการตัดสินใจเรื่องรายการสินค้า** เช่น การคงไว้ในแคตตาล็อก การเลิกขาย หรือการจัดโปรโมชั่นเคลียร์สต็อก 6. **จัดประชุมทบทวนสินค้าคงคลังทุกเดือน (Monthly Inventory Review)** โดยมีทุกฝ่ายเข้าร่วมเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าและปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย --- ### 🧩 ผลลัพธ์ที่คาดหวัง - มี **รายงานสินค้าคงคลังที่แม่นยำและสะท้อนการใช้งานจริง** - ลดการค้างสต็อกจากสินค้าที่หมดอายุหรือเลิกใช้งาน - ทุกฝ่ายมี **ข้อมูลเดียวกัน (Single Source of Truth)** - ระบบสินค้าคงคลังกลายเป็น **เครื่องมือวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Insight Tool)** สำหรับการตัดสินใจด้านการผลิต การจัดซื้อ การขาย และการบริหารงบประมาณ